📢 แจ้งลูกค้าทุกท่าน: รบกวนติดต่อฝ่ายขายเพื่อตรวจสอบสต็อกสินค้าก่อนการสั่งซื้อสินค้า 📢 แจ้งลูกค้าทุกท่าน: รบกวนติดต่อฝ่ายขาย เพื่อตรวจสอบ สต็อกสินค้า ก่อนการสั่งซื้อสินค้า

ไม้ HMR มีกี่ประเภท? เปรียบเทียบไม้ HMR แต่ละประเภท

ไม้ HMR มีกี่ประเภท เปรียบเทียบ V70 E2 V70 E1 V313 E1 V313 E2 และ Agofiber

ไม้ HMR หรือ High Moisture Resistance Board คือแผ่นใยไม้อัดความหนาแน่นสูงที่ถูกพัฒนาขึ้นให้สามารถทนความชื้นได้ดีกว่า MDF ทั่วไป โดยใช้กาวชนิดพิเศษและกระบวนการผลิตที่ช่วยลดการบวมตัวเมื่อสัมผัสความชื้น ปัจจุบันไม้ HMR ได้รับความนิยมอย่างมากในงานตกแต่งภายในและงานเฟอร์นิเจอร์บิวท์อิน เนื่องจากมีผิวเรียบ แข็งแรง สามารถปิดผิวด้วยเมลามีน ลามิเนต หรือพ่นสีได้ง่าย อีกทั้งยังมีราคาประหยัดกว่าไม้อัดบางประเภท จึงเหมาะสำหรับงานตู้เสื้อผ้า ตู้ครัว ชั้นวางของ โต๊ะทำงาน และเฟอร์นิเจอร์ภายในอาคารที่ต้องการความสวยงามควบคู่กับความทนทาน

ไม้ HMR ที่ Interwood Timber จัดจำหน่ายมีกี่ประเภท?

ปัจจุบัน Interwood Timber มีไม้ HMR ให้เลือกหลายเกรดตามงบประมาณและลักษณะการใช้งาน ได้แก่

  • HMR V70 E2
  • HMR V70 E1
  • HMR V313 E1
  • HMR V313 E2
  • HMR Agofiber E2
  • HMR เคลือบผิวเมลามีนลายไม้และสีขาว

แต่ละรุ่นมีคุณสมบัติและระดับราคาที่แตกต่างกัน ซึ่งเหมาะกับงานคนละประเภท

1. HMR V70 E2 ทางเลือกประหยัดสำหรับงานบิวท์อินทั่วไป

HMR V70 E2 เป็นรุ่นที่มีราคาประหยัดที่สุดในกลุ่ม HMR เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการควบคุมงบประมาณ แต่ยังต้องการวัสดุที่มีคุณสมบัติกันชื้นดีกว่า MDF ทั่วไป

จุดเด่น

  • ราคาถูกที่สุดในกลุ่ม HMR
  • เหมาะกับงานเฟอร์นิเจอร์ภายใน
  • ผิวเรียบ ตัดแต่งง่าย
  • ปิดผิวเมลามีนและลามิเนตได้ดี

โครงสร้าง

  • ผลิตจากเส้นใยไม้ผสม
  • ผ่านมาตรฐานกันชื้นระดับ V70
  • ใช้กาว E2

ค่าความหนาแน่น (Density)

โดยทั่วไปประมาณ

  • 680-750 kg/m³

ค่าความชื้นมาตรฐาน (Moisture Content)

  • 5-8%

เหมาะกับงาน

  • ตู้เสื้อผ้า
  • โต๊ะเครื่องแป้ง
  • ชั้นวางทีวี
  • เฟอร์นิเจอร์ห้องนอน
  • งานบิวท์อินทั่วไป

เหมาะกับใคร

เจ้าของบ้าน ผู้รับเหมา และช่างเฟอร์นิเจอร์ที่ต้องการวัสดุคุณภาพดีในงบประมาณที่คุ้มค่า

2. HMR V70 E1 เพิ่มความปลอดภัยต่อสุขภาพมากขึ้น

แม้จะมีคุณสมบัติด้านการกันชื้นใกล้เคียงกับ V70 E2 แต่ HMR V70 E1 ใช้กาวที่มีการปล่อยสารฟอร์มาลดีไฮด์ต่ำกว่า มาตรฐาน E1 จึงเป็นตัวเลือกที่ได้รับความนิยมในบ้านพักอาศัยยุคใหม่ โดยเฉพาะในพื้นที่ที่มีการใช้งานเป็นประจำและมีผู้อยู่อาศัยตลอดเวลา

จุดเด่น

  • ปล่อยสารฟอร์มาลดีไฮด์ต่ำ
  • เหมาะสำหรับบ้านและคอนโด
  • ราคาเพิ่มจาก E2 เพียงเล็กน้อย

เหมาะกับงาน

  • ห้องนอน
  • ห้องเด็ก
  • คอนโดมิเนียม
  • บ้านพักอาศัย

3. HMR V313 E1 ทางเลือกยอดนิยมสำหรับงานครัวและพื้นที่ชื้น

หากต้องการไม้ HMR ที่มีประสิทธิภาพด้านการกันชื้นสูงขึ้น HMR V313 E1 คือหนึ่งในรุ่นที่ได้รับความนิยมมากที่สุด ไม้รุ่นนี้ผลิตตามมาตรฐาน V313 ซึ่งเป็นมาตรฐานยุโรปที่เน้นการทดสอบความทนทานต่อความชื้นอย่างเข้มงวด โครงสร้างภายในผลิตจากเส้นใยไม้คุณภาพสูง เช่น ไม้ยูคาลิปตัส ทำให้มีความหนาแน่นสูง แข็งแรง และบวมตัวน้อย

จุดเด่น

  • ทนความชื้นสูงกว่า V70
  • แข็งแรงและรับน้ำหนักได้ดี
  • อายุการใช้งานยาวนาน
  • ปล่อยสารฟอร์มาลดีไฮด์ต่ำระดับ E1

โครงสร้าง

ผลิตจากไม้ยางพาราหรือไม้ยูคาลิปตัสคุณภาพสูง

ความหนาแน่น

ประมาณ

  • 750-850 kg/m³

ความชื้นมาตรฐาน

  • 5-8%

เหมาะกับงาน

  • ตู้ครัว
  • เคาน์เตอร์ครัว
  • ตู้ใต้อ่างล้างจาน
  • ห้องน้ำโซนแห้ง
  • งานบิวท์อินระดับพรีเมียม

4. HMR V313 E2 สำหรับผู้ที่ต้องการคุณสมบัติระดับ V313 ในงบประมาณคุ้มค่า

HMR V313 E2 มีคุณสมบัติด้านการกันชื้นใกล้เคียงกับ V313 E1 แต่ใช้กาวมาตรฐาน E2 จึงเป็นตัวเลือกที่เหมาะสำหรับงานโครงการขนาดใหญ่ หรือผู้ที่ต้องการวัสดุเกรดสูงโดยควบคุมต้นทุน

เหมาะกับงาน

  • โครงการที่พักอาศัย
  • อาคารสำนักงาน
  • ร้านค้า
  • งานตกแต่งภายในเชิงพาณิชย์

ระดับราคา

สูงกว่า V313 E1 เล็กน้อยหรือใกล้เคียง ขึ้นอยู่กับผู้ผลิตและวัตถุดิบในแต่ละล็อต

5. HMR Agofiber E2 ไม้ HMR คุณภาพสูงสำหรับงานเฟอร์นิเจอร์ระดับพรีเมียม

HMR Agofiber ถือเป็นหนึ่งในเกรด HMR ที่มีคุณภาพสูงที่สุดในตลาด โดยใช้เส้นใยไม้ยูคาลิปตัสคุณภาพสูงเป็นวัตถุดิบหลัก เนื้อไม้มีความแน่นสูง ยึดเกาะสกรูได้ดี และให้ผิวงานที่เรียบเนียนเป็นพิเศษ

จุดเด่น

  • เนื้อแน่น
  • ตัด CNC ได้คม
  • ยึดสกรูดี
  • ผิวเรียบมาก
  • เหมาะกับงานพ่นสี

ความหนาแน่น

มากกว่า 800 kg/m³

เหมาะกับงาน

  • เฟอร์นิเจอร์พรีเมียม
  • งาน CNC
  • งานบิวท์อินหรู
  • งานตกแต่งระดับโครงการ

HMR E1 กับ E2 ต่างกันอย่างไร?

หลายคนเข้าใจว่า E1 และ E2 เป็นมาตรฐานกันชื้น แต่จริง ๆ แล้วเป็นมาตรฐานการปล่อยสารฟอร์มาลดีไฮด์

E1

  • ปล่อยสารฟอร์มาลดีไฮด์ต่ำกว่า
  • เหมาะกับบ้านพักอาศัย
  • ได้รับความนิยมในงานภายในบ้าน

E2

  • เป็นมาตรฐานอุตสาหกรรมทั่วไป
  • ราคาประหยัดกว่า
  • เหมาะกับงานที่ต้องการควบคุมต้นทุน

หากเป็นบ้านพักอาศัยหรือห้องนอน แนะนำให้เลือก E1 เพื่อความสบายใจในระยะยาว

V70 กับ V313 ต่างกันอย่างไร?

อีกคำถามที่พบได้บ่อยคือ V70 และ V313 ต่างกันอย่างไร

V70

  • กันชื้นระดับมาตรฐาน
  • เหมาะกับงานภายในทั่วไป
  • ราคาประหยัดกว่า

V313

  • กันชื้นสูงกว่า
  • บวมตัวยากกว่า
  • เหมาะกับพื้นที่ใกล้น้ำหรือมีความชื้นสะสม

หากใช้งานในห้องครัว ตู้ใต้อ่างล้างจาน หรือพื้นที่ชื้น แนะนำให้เลือก V313

ไม้ HMR เคลือบเมลามีนคืออะไร?

นอกจากไม้ HMR เปลือยแล้ว Interwood Timber ยังมีไม้ HMR เคลือบผิวเมลามีนสำเร็จรูปให้เลือก มีทั้ง

  • ลายไม้ธรรมชาติ
  • สีขาว
  • สีพื้นต่าง ๆ

ข้อดีคือช่วยลดขั้นตอนการผลิต ไม่ต้องทำสีเพิ่มเติม และได้ผิวที่สวยสม่ำเสมอพร้อมใช้งาน เหมาะสำหรับงานตู้เสื้อผ้า ชุดครัว เฟอร์นิเจอร์สำนักงาน และงานบิวท์อินทุกประเภท

สรุป ไม้ HMR รุ่นไหนเหมาะกับคุณ

หากเน้นความคุ้มค่าเลือก HMR V70 E2 หากต้องการความปลอดภัยต่อสุขภาพมากขึ้น เลือก HMR V70 E1 หากต้องการใช้งานในพื้นที่ชื้นและต้องการความทนทานสูง เลือก HMR V313 E1 หรือ V313 E2 และหากต้องการคุณภาพสูงสุดสำหรับงานเฟอร์นิเจอร์พรีเมียม HMR Agofiber E2 คือทางเลือกที่ตอบโจทย์มากที่สุด การเลือกไม้ HMR ที่เหมาะสมตั้งแต่ต้นจะช่วยให้เฟอร์นิเจอร์มีอายุการใช้งานยาวนาน แข็งแรง และคุ้มค่ากับงบประมาณ

บทความที่เกี่ยวข้อง

Shopping Cart
Scroll to Top